เทศกาลกินเจ

ใกล้ถึงเทศกาลกินเจอีกแล้ว ปีนี้เริ่มต้นวันที่8 ต.ค.53 แม่ชอบเรียกวันแรกว่าเป็นวันชิวอิก 

ตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ทานเจทุกปีเคร่งครัดมากด้วย

ต้องแยกกะทะ หม้อ และชุดจานชามต่างหากเลย เราก็ทานตามแม่ทุกปี

แต่ไม่ค่อยได้ทานจนครบ 10 วันหรอกนะ ตะบะแตกซะก่อนเรื่อยเลย แย่จัง บุญไม่มี บารมีไม่เกิด

เป็นคนบาปต่อไป วันนี้ได้ไปอ่านเจอประวัติความเป็นมาของเทศกาล

เลยอยากเอาความรู้นี้มาบันทึกเก็บไว้คะ เผื่อใครมาอ่านก็อาจจะเป็นการสร้างบุญได้บ้างคะ

 

เทศกาลกินเจ                                      

ประวัติความเป็นมา  

เทศกาลกินเจ จริงๆแล้วเป็นช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ 10 วัน แด่ คน 9 คน ซึ่งเป็นชาวฮั่นที่ได้ทำการ ปฏิวัติต่อต้านพวกแมนจูแต่ไม่สำเร็จจึงถูกประหารชีวิตโดยการตัดคอและโยนลงสู่แม่น้ำหลังจากนั้นก็มีเจ้ามารับวิญญาณทั้ง 9 ไป ชาวจีนจึงยกย่องให้ชายทั้ง 9 เป็นเจ้าแห่งเทศกาลกินเจ เมื่อถึงเทศกาลกินเจก็คือการไว้ทุกข์ให้บุคคลทั้ง 9 คน ซึ่งเราเรียกกันว่า เจ้า วันกินเจก็จะไม่ตรงกันทุกปีถ้าจะดูจากปฏิทินของไทย แต่ถ้านับจากปฏิทินจีน 1 เดือนก็จะมี 29 – 30 วัน จะไม่มีวันที่ 31 วันกินเจวันแรกจะตรงกับวันสุดท้ายของเดือนที่แปดนับจากปฏิทินจีนถ้าดูจากปฏิทินจีนเทศกาลกินเจก็จะตรงกันทุกปี

  สีที่ใช้

เมื่อสมัยก่อนนั้นจะใช้ได้แต่สีขาวสีเดียว คือ ต้องแต่งกายสีขาวห้ามมีลาย ห้ามแต่งหน้า ทำผม รวบผมก็ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการไว้ทุกข์แต่ปัจจุบันความเชื่อพวกนี้ก็้เริ่มเลือนหายไปแล้ว เนื่องจากลืมกันไปว่าเทศกาลกินเจ คือช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ พักหลังก็ได้อนุญาตให้ใช้สีเหลืองได้อีกสีเพราะ ถือว่าสีเหลืองคือสีของเจ้า แต่คนที่เคร่งครัดจริงๆ ก็ยังใส่แต่สีขาวอย่างเดียว

    อาหารที่ทานได้

ก็จะเป็นผักแต่ไม่ทุกชนิดยกเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน ทานแล้วมีกลิ่นปาก เช่น ผักชี, ผักกุยช่าย, ต้นหอม, กระเทียม ส่วนผลไม้ สามารถรับประทานได้ทุกชนิด และงดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิดแต่บางคนรับประทานหอยนางรม สาเหตุทานได้เพราะหอยนางรมเคยช่วยชีวิต เจ้าแม่กวนอิมเอาไว้ เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเจ้าแม่กวนอิมเดินทางแล้วรู้สึกหิวมากเหมาะกับเจอทะเลจึงเอ่ยไปว่าตอนนี้หิวมากจะมีสัตว์อะไรที่สามารถทานได้บ้าง หอยนางรมจึงลอยขึ้นมาให้เจ้าแม่กวนกิมได้ทาน บางคนจึงนับหอยนางรมเป็นอาหารเจด้วยและที่แปลกคือหอยนางรมนั้นไม่มีเลือด ปัจจุบันก็ได้มีการทำอาหารเลียนแบบโดยใช้แป้งทำเป็น หมู เป็ด ไก่ มีรสชาดไม่แตกต่างไปจากเนื้อสัตว์ 
    เพื่อนเจ
เพื่อนเจเราจะเรียกว่า แจอิ๊ว ก็หมายถึงเพื่อนที่กินเจ เวลาร้านค้าเรียกลูกค้าในวันนั้นก็จะเหมารวมคนใส่ชุดขาวว่า แจอิ๊ว ไปทั้งหมด
  ไหว้เจ้า

ในการไหว้เจ้าถ้าเป็นศาลเจ้าเขาก็จะมีแบ่งว่าถ้าไม่ได้กินเจหรือแต่งกายให้เหมาะสมก็จะไม่สามารถเข้าไปไหว้ข้างในศาลเจ้า ไหว้ได้เฉพาะข้างนอกเท่านั้น ของที่ใช้ไหว้ก็ไม่ต่างจากไหว้ทั่วไปเท่าไรแต่ก็จำกัดบ้าง คือ เทียน จะต้องเป็นสีเหลืองเท่านั้น ส่วนธูป ก็ใช้เหมือนปกติ

    การเวียนเทียน   

จะไม่ได้เดินวน 3 รอบ ธรรมดาทั่วไป แต่จะเดินเป็นอักษรจีนซึ่งแต่ละตัวก็คือคำพรแล้วคำก็ไม่ใช่ คำเดิมเสมอไป เพราะแล้วแต่การขอของเจ้าภาพในปีนั้น

  ถ้วยชาม
หากเป็นสมัยก่อนแล้วถ้วยชามที่ใช้ในเทศกาลกินเจก็จะมีชุดใหม่ซึ่งไม่ปนกับชุดที่ใช้อยู่ทุกวัน บางบ้านก็จะมีการทำความสะอาดบ้านเพื่อตอนรับเทศกาลกินเจ

  เต่ารู้บุญคุณ

เมื่อปล่อยเต่าไปแล้วรอสักพักก่อน ลองสักเกตดูสักนิดเต่าที่ปล่อยไปจะว่ายกลับมาเอาหัวโผล่เหนือน้ำขึ้นมาขอบคุณแล้ว  ค่อยว่ายน้ำจากไปฉะนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่ส่วนใหญ่จึงชอบปล่อยเต่ามากกว่าสัตว์อย่างอื่น 
 
10 วันของเทศกาลกินเจ
ก็จะมีวันสำคัญอยู่ประมาณไม่กี่วันซึ่งจะอธิบายแต่วันหลักๆ แล้ววันเหล่านี้แต่ละศาลเจ้าก็จะไม่ตรงกัน แล้วแต่การดูเลิกยาม ณ ที่นี้ อิงกับศาลเจ้าเจาซือกง ( ตลาดน้อย ) เป็นหลัก

 

วันแรก    แต่ละศาลเจ้าก็จะดูเลิกยามว่าจะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ยังไงก็ไม่เกิน 12.00น. จะทำการเชิญเจ้ากันที่แม่น้ำโดยการใช้ ปวย ( ถ้าคุณไม่ทราบว่าเป็นยังไงลองนึกไปถึงตอนที่เข้าศาลเจ้าจะเห็น เป็นเหมือนก้อนสีแดงๆ 2 ก้อน) จะทราบว่าเจ้ามาก็ต่อเมื่อปวย 2 อันจะทำการเสี่ยงทายโดยการโยน 2 ครั้ง แล้วปรากฏว่า 1 อันหงาย อีก 1 อันคว่ำ ก็แสดงว่าเจ้าทั้ง 9 ได้เสร็จลงมาแล้วการกินเจก็จะเริ่มขึ้นแต่คนส่วนใหญ่ก็ทานกันล่วงหน้าเพื่อเป็นการล้างท้องยิ่งพวกที่ทำหน้าที่เป็นคนเชิญเจ้าด้วยแล้วบางคนที่เคร่งก็จะทานล่วงหน้ากันเป็นเดือนทีเดียว

 วันที่สี่     เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไหว้เจ้าเหมือนกับเป็นวันนัดกันมาไหว้เจ้า

 วันที่เจ็ด   ก็เป็นวันไหว้เจ้าอีกวันแต่วันนี้จะสำคัญกว่าวันที่สี่ เพราะถือว่าเป็นการไหว้เจ้าใหญ่ ใครจะพลาดไหว้วันไหนแต่ห้ามพลาดไหว้วันนี้ ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า , ปลาไหล , นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย

 วันที่แปด  วันนี้จะมีการลอยกระทงด้วยไม่ต่างไปจากการลอยกระทงของคนไทย ความหมายก็ขอบคุณเจ้าแม่คงคา สำหรับน้ำที่ให้เราๆ ท่านๆ ได้ใช้ ดื่มกัน แล้วก็ให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ

 วันที่เก้า  จะว่าเป็นวันที่เด็กๆชอบ หรือเป็นวันที่คนเยอะสุดๆก็ว่าได้ ตอนช่วงเช้าก็จะมีพิธีทำทานหรือเรียกว่า ซิโกว เป็นการให้ทานแก่พวกผีที่ไม่มีญาติคนแก่บางคนก็เคยเห็นว่ามีวิญญาณมารับของไป (เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ) ช่วงเวลานนี้คนก็จะเยอะมากแทบเหยียบกันก็ว่าได้ไม่ทราบว่าคนพวกนี้มากจากไหนเหมือนกัน ทีเด็ดของงานก็คงเป็นตอนกลางคืนเพราะจะมีแห่มังกร ,สิงโต ,ขบวนของเด็ก และสาวๆ อันนี้เป็นแค่ทำสีสันให้คนมาเที่ยวงานเยอะๆ ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่านี้

 วันที่สิบ     เป็นวันส่งเจ้ากลับ

ที่มา : สถาบัน ซีซีซี

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: